เรียนรู้วิธีปลูกพริกไทย (ตอนที่ 4 การเก็บเกี่ยวผลผลิตพริกไทย )

การเก็บเกี่ยวผลผลิตพริกไทย

พริกไทยจะเริ่มเก็บได้เมื่อมีอายุประมาณ 2 ปี แต่จะให้ผลผลิตเต็มที่เมื่ออายุได้ 3 ปี สำหรับระยะเวลาที่จะเก็บเกี่ยวพริกไทยจะใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนตั้งแต่พริกไทยเริ่มออกดอกจนถึงผลแก่ ส่วนการเก็บเกี่ยวนั้นจะต้องเก็บทั้งรวงโดยทยอยเก็บตามความแก่ของพริกไทย เพราะพริกไทยจะแก่ไม่พร้อมกัน หากต้องการเก็บพริกไทยอ่อนให้เก็บในช่วงขณะที่ผลยังมีสีเขียวทั้งรวง ถ้าเป็นพริกไทยดำต้องเก็บร่วงที่แก่จัด ผลออกสีเขียวและแข็งแต่ยังไม่สุก และถ้าหากเก็บพริกไทยขาว ควรเก็บเกี่ยวเมื่อเมล็ดมีสีเหลืองแดงรวงละ 3-4 เมล็ด ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตเป็นพริกไทยแห้งประมาณ 600 กก./ไร่ ฉะนั้นการเก็บเมล็ดพริกไทยเพื่อนำไปทำพริกไทยดำและพริกไทยขาวก็ก็จะมีขั้นตอนการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

  1. เก็บเกี่ยวเพื่อทำพริกไทยดำ : นำผลผลิตพริกไทยที่ได้มากองรวมกันแล้วตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 1 แดด หลังจากนั้นนำไปนวดให้ผลหลุดจากรวง พร้อมทั้งตากแดดอีกครั้งบนลานซีเมนต์ให้ถูกแดดทั่วกันอย่างสม่ำเสมออีกประมาณ 3 แดด เมื่อผลพริกไทยแห้งสนิทจะเปลี่ยนเป็นสีดำ แล้วนำไปล่อนด้วยตะแกรงเพื่อจะได้แยกเอาเศษฝุ่น และเมล็ดที่ลีบออก โดยพริกไทยสด 100 กก.จะได้เมล็ดพริกไทยดำ 33 กก. หรือในอัตราส่วนที่ 3:1 ซึ่งผลผลิตพริกไทยดำแห้งที่ได้ประมาณ 500-600 กก./ไร่
  2. เก็บเกี่ยวเพื่อทำพริกไทยขาว : นำพริกไทยที่เก็บมาแล้วไปตากแดดเพียงเล็กน้อย นำเข้าเครื่องนวดเพื่อแยกผลออกจากรวง หลังจากนั้นก็นำผลพริกไทยไปแช่น้ำในบ่อซีเมนต์ นานประมาณ 7-14 วัน แล้วนำขึ้นมาจากน้ำที่แช่มานวดลอกเปลือกออกเสร็จแล้วก็นำมาเกลี่ยบนตะแกรงเสื่อลำแพน หรือไม้ไผ่ที่มีช่องให้เปลือกสามารถหลุดออกได้ ใช้น้ำล้างเปลือกออกจนหมด เมื่อล้างทำความสะอาดดีแล้วไปตากแดดทันที เกลี่ยให้สม่ำเสมอทิ้งไว้ประมาณ 4-5 วัน หรือจนแห้งสนิทเสียก่อนที่จะบรรจุลงกระสอบเพื่อจำหน่าย

สายพันธุ์ของพริกไทยที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทย

                ส่วนมากแล้วพริกไทยที่นิยมปลูกในประเทศไทยจะเป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น อินเดีย ศรีลังกา มาเลเซีย เพราะแต่ละสายพันธุ์ที่ว่านี้ได้รับความนิยมมากและผ่านการคัดสรรมาแล้วว่าในตลาดมีความต้องการพริกไทยจากพันธุ์เหล่านี้สูง

  • พันธุ์ซาราวัคหรือพันธุ์มาเลเซีย : เป็นพันธุ์ที่มีกำเนิดมาจากประเทศมาเลเซีย จะมีความทนทานต่อโรคได้เป็นอย่างดี การเจริญเติบโตเร็วใบจะออกสีเขียวเข้มเป็นมันหนา และมีลักษณะที่เรียวกว่าพันธุ์ของศรีลังกา ส่วนตัวฝักจะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 6-9 เซนติเมตร ผลที่ได้จะมีลักษณะกลมโต จึงนิยมนำไปแปรรูปเป็นพริกไทยดำหรือพริกไทยขาวเพื่อจำหน่าย
  • พันธุ์ซีลอนยอดขาว : เป็นพันธุ์พริกไทยที่มีถิ่นกำเนิดมาจากทางประเทศศรีลังกา ลักษณะจะเป็นเถาออกสีเขียวอ่อน จุดเด่นจะอยู่ตรงที่ยอดจะออกสีเขียวอ่อนไปทางขาว จึงทำให้เป็นที่มาของชื่อ ซีลอนยอดขาว ช่อผลที่ได้จะมีลักษณะยาวมาก การเจริญเติบโตจะเร็วเหมือนกับพันธุ์ซาราวัค แต่พันธุ์ซีลอนยอดขาวจะนิยมจำหน่ายเป็นฝักสดมากกว่า โดยฝักที่ออกมาจะมีลักษณะยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร
  • พันธุ์ซีลอนยอดแดง : เป็นพันธุ์พริกไทยที่มีถิ่นกำเนิดมากจากประเทศศรีลังกาเหมือนกัน มีลักษณะเป็นเถาออกสีเขียว ที่ใบจะมีสีเขียวเข้ม แต่ส่วนยอดและก้านยอดที่ออกมาใหม่จะเป็นสีน้ำตาล จึงเรียกกันว่า ซีลอนยอดแดง จุดเด่นคือมีความทนทานต่อโรคได้มากกว่าทุกสายพันธุ์ เมื่อมีอายุมากขึ้นตัวลำต้นจะใหญ่มาก ส่วนผลที่ออกมาจะมีสีเขียวเข้มหากเมื่อผลสุกจะออกแดงเข้ม ขนาดเม็ดจะใหญ่ใกล้เคียงกับพันธุ์ซาราวัค ส่วนความยาวของฝักจะพบว่ามีความยาวอยู่ที่ประมาณ 10-15 เซนติเมตร

ซึ่งนอกจาก 3 สายพันธุ์ที่เรากล่าวมาในข้างต้นแล้ว พริกไทยยังมีสายพันธุ์อื่นๆอีกที่มีการปลูกแต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นักคือ

  1. พันธุ์ใบหนา
  2. พันธุ์โบราณหรือพันธุ์ควายขวิด
  3. พันธุ์บ้านแก้ว
  4. พันธุ์ปรางถี่ใบหยิก
  5. พันธุ์ปรางถี่ธรรมดา

การปลูกพริกไทยอาจจะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยากและต้องดูแลรักษาอย่างดี แต่เชื่อหรือไม่ว่าพริกไทยสามารถทำรายได้ให้กับผู้ปลูกมากถึงปีละนับล้านบาท ซึ่งผู้ที่สนใจควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะเริ่มทำการปลูกคะ

( ตอนที่ 5 การปลูกพริกไทยพุ่มเตี้ยไว้สำหรับบริโภคครัวเรือน )

 

แสดงความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้เหล่านี้ HTML แท็กและแอตทริบิวต์:

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>