พริกไทยตรากระต่ายคู่

พริกไทยแท้

พริกไทย ตรากระต่ายคู่

พริกไทยตรากระต่ายคู่

เราประกอบธุรกิจการผลิต คัดแยกและบรรจุ พริกไทยแท้ แปรรูปพริกไทย เป็น พริกไทยป่น บรรจุขวด บรรจุถุง ตามขนาดต่างๆที่ลูกค้าต้องการ และยังมี พริกไทยดำ พริกไทยขาว คัดสรรพิเศษเพื่อให้ได้ พริกไทยแท้ ที่มีคุณภาพ มีรสชาติเผ็ดร้อน หอมที่สุด โดยพริกไทย ที่เรานำมาเป็นพริกไทยสวน จากจังหวัดจันทบุรี อีกทั้งเรายังมี สวนพริกไทยเป็นของตัวเอง ซึ่งทำให้เราสามารถควบคุมการผลิตที่มีคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เราดำเนินธุรกิจมานานกว่า 30 ปี ทำให้ทุกท่านสามารถ มั่นใจได้ว่า พริกไทยของเรามีคุณภาพอย่างแน่นอน 

 

ทำไมต้องเลือกซื้อ พริกไทยแท้ จากเรา

  1. คุณภาพพริกไทยที่เราคัดแล้วว่ามีคุณภาพที่ดี รสชาติเผ็ดร้อน และมีกลิ่นฉุน
  2. พริกไทย ราคาถูกกว่า ท้องตลาด
  3. เราดำเนินธุรกิจมานานกว่า 30
  4. พริกไทยสวนแท้ๆจากจันทบุรี
  5. พริกไทยของเรา ผ่านการตรวจสอบอยู่เสมอๆ
  6. เราดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ

 

>>>เลือกชม ผลิตภัณฑ์ ตรากระต่ายคู่ คลิก<<<<<<

มาทำความรู้จักกับพริกไทยกัน

พริกไทย

“พริกไทย” เม็ดเล็กจิ๋วแต่แจ๋ว

พริกไทยถูกยกย่องว่าเป็นราชาเครื่องเทศที่มีสรรพคุณมากมายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเป็นเครื่องปรุงเพื่อดับกลิ่นคาวของอาหาร หรือมาเป็นสมุนไพรในการรักษาโรค พริกไทยนั้นถึงจะมีลักษณะเม็ดเล็กๆแต่รสชาติที่ได้จัดจ้านเผ็ดร้อนแรง แต่ถ้านำไปทำเป็นแบบแห้งก็จะได้ทั้งพริกไทยดำ (ไม่ปอกเปลือก)  และพริกไทยขาว (ปอกเปลือกแล้ว) หรือถ้านำไปป่นก็จะกลายเป็นพริกไทยป่น เอาไว้โรยเพิ่มกลิ่นและรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี

ลักษณะของพริกไทย

            พริกไทยจัดได้ว่าเป็นต้นไม้อายุยืน มีลักษณะเป็นไม่เถาเนื้อแข็ง มีรากฝอยตามข้อเถา เอาไว้สำหรับยึดเกาะ มีความยามประมาณ 5 เมตร ใบใหญ่คล้ายใบโพธิ์ และมีดอกขนาดเล็ก เมล็ดพริกไทยจะมีลักษณะกลม เม็ดเล็กขึ้นเป็นพวงตรงช่วงข้อของลำต้น ซึ่งจะนิยมปลูกกันมาที่จังหวัด จันทบุรี ตราด และระยอง โดยสายพันธุ์ที่มีการปลูกมากที่สุด ก็คือ พันธุ์ใบหนา  พันธุ์บ้านแก้ว  พันธุ์ปรางถี่ธรรมดา  พันธุ์ปรางถี่หยิก  พันธุ์ควายขวิด  และสายพันธุ์คุชชิ่ง

สารเคมีที่อยู่ในพริกไทย

                  นักวิจัยได้พบว่าในพริกไทยจะมีสารเคมีอยู่คือ น้ำมันหอมระเหย 2-4% แอลคาลอยด์หลัก คือ ไพเพอร์รีน 5-9% ส่วนตัวการที่ทำให้เม็ดพริกไทยมีความเผ็ดร้อน คือ Piperidine และ Pipercanine ซึ่งจะเป็นตัวที่ทำให้มีกลิ่นฉุน นอกจากนั้นแล้วในพริกไทยอ่อนยังมีกลิ่นฉุนน้อยกว่าพริกไทยดำ และมีโปรตีน  คาร์โบไฮเดรต  แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี

ชนิดของพริกไทย

เราสามารถแบ่งพริกไทยออกได้เป็น 2 ชนิด ตามวิธีการเก็บ คือ

  1. พริกไทยดำ คือการนำพริกไทยที่แก่จัด แต่ยังไม่ถึงกับสุก มาตากแดดให้แห้ง จนกลายเป็นสีดำแล้วไม่ต้องปอกเปลือก
  2. พริกไทยขาว หรืออีกอย่างคือพริกไทยล่อนทำมาจากพริกไทยที่สุกเต็มที่ มาแช่ในน้ำเพื่อลอกเปลือกออก แล้วนำไปตากให้แห้ง

สรรพคุณทางยาของพริกไทย

พริกไทยมีสรรพคุณพิเศษในการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคกระเพาะ ลำไส้ แก้ปวด แก้อักเสบได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นตำราจีนมักจะนิยมใช้พริกไทยในการรักษาโรคท้องเดิน โรคมาเลเรีย และแก้ไข้ ด้วยการนำน้ำมันในพริกไทยมาเจือจางกับน้ำแล้วนำมาสูดดม หรือทาถูบริเวณผิวหนัง เพื่อลดอาการไข้ หนาวสั่น ส่งผลให้หายใจโล่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วเมื่อนำไปผสมกับน้ำมันนำไปนวดบริเวณที่ปวดกล้ามเนื้อ กลิ่นฉุนของพริกไทยจะช่วยไปกระตุ้นสมอง ให้เกิดการตื่นตัวอยู่เสมอ ส่วนในตำราไทยจะนำมาทำสมุนไพรเพื่อช่วยอาการจุดเสียด แน่นเฟ้อ อาหารไม่ย่อย แถมลดอาการอยากบุหรี่ได้อีกด้วย

พริกไทยกับการลดน้ำหนัก

มีผลการวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกายืนยันว่า พริกไทยมีประสิทธิภาพในการลดความอ้วนและลดน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม เพราะในพริกไทยมีส่วนประกอบของไพเพอร์รีนที่มีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องของความเผ็ดร้อนช่วยควบคุมการก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลงพร้อมทั้งทำลายเซลล์ไขมันเก่าที่สะสมอยู่ภายในร่างกายให้มีจำนวนลดลงด้วยเช่นกัน ทำให้กลับมาอ้วนได้ยากขึ้น รวมทั้งเข้าไปกระตุ้นการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงานได้ดีไม่เกิดการสะสมของไขมันจนทำให้เกิดโรคอ้วน

ขั้นตอนการนำพริกไทยมาช่วยลดน้ำหนัก

  1. นำพริกไทยมาป่นให้ละเอียดแล้วผสมกับสมุนไพรตัวอื่น แล้วบรรจุลงไปในแคปซูลหรืออัดเป็นเม็ดเพื่อที่จะได้ทานง่ายขึ้น ด้วยการทานก่อนอาหารประมาณ 10 นาที ครั้งละ 2-4 แคปซูล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ที่สำคัญห้ามทานทันทีหลังทานอาหารเสร็จ เพราะจะทำให้เกิดการเรอ และท้องอืดทันที นอกจากนั้นควรทานอย่างเหมาะสม อย่าพยายามทานติดต่อกันนานเกิน 6 เดือนในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
  2. นำน้ำมันของพริกไทยมาผสมเข้ากับครีม หรือจะนำพริกไทยป่นมาผสมกับน้ำมันมะกอก แล้วมาทานวดวนๆที่บริเวณต้นแขน ต้นขา บริเวณที่มีเปลือกส้มไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าบริเวณนั้นเริ่มร้อน ทาแบบนี้ในทุกๆวัน หลังอาบน้ำเย็น หรือก่อนนอน เพราะจะช่วยให้คุณสลายไขมันตรงจุดนั้นได้ และยังทำให้ผิวเรียบลื่นเนียนสวย

พริกไทยกับอาหาร

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วว่า พริกไทยไม่ได้มีดีแค่เป็นสรรพคุณทางยาเท่านั้น สรรพคุณทางอาหารก็ไม่แพ้กัน เมื่อนำมาใช้เป็นเครื่องเทศ เพิ่มรสชาติให้กับอาหารให้มีความจัดจ้านมากขึ้น ยังนำมาตัดความเลี่ยน ความคาวในอาหารได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในพริกไทยยังมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อพวกจุลินทรีย์หลากหลายชนิด จึงมักถูกนำมาถนอมอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก กุนเชียง หมูยอ หรือนำไปโรยปรุงรสราดหน้าแกงก็จะได้รสชาติที่เพิ่มขึ้น

 

คุณค่าทางโภชนาการของพริกไทย

  1. ในพริกไทยอ่อนจะมีปริมาณแคลเซียมที่ค่อนข้างสูงมาก ซึ่งแคลเซียมเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยในการบำรุงกระดูก รวมทั้งฟันให้แข็งแรงอยู่เสมอ และยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ดีด้วย
  2. ในพริกไทยยังมีฟอสฟอรัส และวิตามินซี ที่จะเข้าไปช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  3. อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนที่เป็นสารตั้งต้นของวิตามินซีที่ช่วยในการมองเห็น
  4. มีสารที่ชื่อว่า ไปเปอรีน และ ฟินอลิกส์ ที่เป็นส่วนสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็งเริ่มต้นได้